การต่อกราวด์ในระบบไฟฟ้ากับกราวด์ระบบป้องกันฟ้าผ่า แต่ละมาตรฐานพูดไว้ว่าอย่างไร


- EIT :  ช่องเดินสายเครื่องห่อหุ้ม โครงโลหะ และส่วนโลหะอื่นของบริภัณฑ์ไฟฟ้า ที่ไม่ได้เป็นทางเดินของกระแสไฟฟ้า ต้องมีระยะห่างจากตัวนำของระบบป้องกันฟ้าผ่าไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร หรือต่อฝากเข้ากับระบบป้องกันฟ้าผ่า

- NEC : มาตรฐานการติดตั้งระบบไฟฟ้าของอเมริกา Article 250.106 กำหนดให้ระบบรากสายดินของระบบฟ้องกันฟ้าผ่า จะต้องต่อประสานให้ศักย์เท่ากันกับระบบต่อลงดินของระบบไฟฟ้า

- IEC : มาตรฐานนานชาติ IEC-62305-3 ข้อ6.2 กำหนดให้การป้องกันฟ้าผ่าภายในสามารถทำได้โดยการต่อประสานศักย์ให้ศักย์เท่ากันระหว่างระบบป้องกันฟ้าผ่า โดยต่อประสานศักย์ส่วนโลหะของสิ่งก่อสร้าง และสิ่งติดตั้งโลหะระบบภายใน รวมถึงส่วนตัวนำภายนอก และสายต่าง  ๆ ที่ต่อเข้ากับสิ่งปลูกสร้าง เข้าด้วยกัน

การที่แต่ละมาตรฐานแน่ะนำให้ทำเช่นนี้ ก็เพื่อต้องการให้จุดต่าง ๆของโครงโลหะมีศักย์ไฟฟ้าที่เท่ากันทุกจุด เพื่อป้องกันแรงดันเกินที่จะเกิดขึ้นจากฟ้าผ่า และศักย์ไฟฟ้าที่ไม่เท่ากันทุกจุดหากแต่ละจุดมีความต้านทานที่ไม่เท่ากันจะทำให้แรงดันที่แต่ละจุดก็ไม่เท่ากันด้วยทำให้เกิดอันตรายหากมีคนไปสัมผัส และป้องกันการเกิดประกายไฟ flashover จากกระแสฟ้าผ่ากระโดดข้ามไปยังส่วนตัวนำหรือโลหะที่อยู่ใกล้กับตัวนำลงดินของฟ้าผ่า เพราะเมื่อต่อประสานศักย์กันทั้งหมดจะทำให้แต่ละจุดมีศักย์ไฟฟ้าที่เท่ากัน ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าการติดตั้งระบบกราวด์แยกออกจากกัน แต่การทำเช่นนี้ ควรจะต้องพิจารณาออกแบบการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเสิร์จ (Surge Protection Device : SPD) ควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันเสิร์จที่อาจจะไหลเข้าไปในระบบไฟฟ้าได้ โดยระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสาร หากจะต่อประสานศักย์ถึงกัน จะต้องทำทำการต่อผ่านอุปกรณ์ป้องกันเสิร์จ ซึ่งในมาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า ภาคที่ 3 เรื่องความเสียหายทางกายภาพต่อสิ่งปลูกสร้าง และอันตรายต่อชีวิต หัวข้อที่ 6.2 การประสานให้ศักย์เท่ากันกับระบบป้องกันฟ้าผ่า จะมีกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้



ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2019-11-23 08:25:46


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล